MagGang.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของคุณ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

รีวิวนิยายจีนแนวเทพเซียน I Shall Seal The Heavens (ผนึกสวรรค์ สยบมาร สะท้านเทพ)

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2563 - 12:48 น.
AA 782

นี่เป็นนิยายจีน (แนวเทพ/เซียน) เรื่องที่ 2 ที่เหมยอ่านจบค่ะ เขียนโดยผู้เขียน Er Gen (耳根) เป็นเรื่องที่เหมยบอกว่าคันปากยิบๆ อยากเม้าสุดๆ ตั้งแต่ตอนที่เขียนรีวิวเรื่อง Stellar Transformations (การผันแปรของดวงดาว) นั่นเอง 😁


❗❗❗ หมายเหตุ :

⭐ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ที่เหมยอ่าน เพราะฉะนั้น มันก็เลยอดไม่ได้ที่จะมีการเปรียบเทียบกับเรื่องแรกที่ได้อ่านไป ซึ่งแปลว่าจะมีการอ้างอิง/เปรียบเทียบหรือพูดถึงเรื่อง Stellar Transformations อยู่บ้างนะคะ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกสั้นๆว่า ST / ส่วนนิยายเรื่องนี้ หรือ I Shall Seal The Heavens ถ้าจำเป็นต้องเอ่ยชื่ออีก ก็จะเรียกสั้นๆว่า ISSTH นะคะ)

⭐ มีการสปอยล์เนื้อหานิยายแน่นอนค่ะ ไม่งั้นมันจะเม้าไม่ได้อรรถรสอะเนาะ 😁

⭐ จะมีการพาดพิง (สปอยล์เนื้อหา) นิยายเรื่องอื่นของคนเขียนคนเดียวกันด้วยนะคะ



เริ่มเม้าเลยละกัน

ก่อนอื่นอยากตะโกนดังๆหลังจากอ่านจบว่า "จบซะทียยยยย์!!!!!" "เหนื่อยเหลือเกินนนนนนนน"

มีคนให้ข้อสังเกตว่า นิยายเรื่องนี้ยาวกว่าพระคัมภีร์ไบเบิ้ลประมาณ 4 เท่า!! (มีความยาว 16XX ตอน) เหมยอ่านแบบติดต่อกันจนสภาพจิตแทบเปื่อยเลยเชียวค่ะ 🤣


ที่เหมยอ่านเรื่องนี้ (ตัดหน้าเรื่อง Coiling Dragon ที่ยังอ่านค้างอยู่) เพราะเห็นหลายๆเม้นแนะนำว่า นิยายเรื่องนี้เป็นนิยาย 1 ในท็อป 3 ที่ดีที่สุด และเป็นเรื่องที่คอนิยายแนวนี้ "ต้องอ่านให้ได้" (ซึ่ง Coiling Dragon คือ 1 ในท็อป 3 นั้นด้วย แต่คนมักจะพูดถึงเรื่องนี้ก่อน Coiling Dragon เสมอ เลยอนุมานเอาว่าเป็นอันดับ 1 ที่ต้องอ่านก่อนก็แล้วกัน ส่วนอีกเรื่องที่เหลือไม่รู้ว่าคือเรื่องอะไร ไม่เห็นมีใครเอ่ยชื่อออกมาสักที เห็นมีแต่คนเม้นชื่อแค่ 2 เรื่องนี้เอง ใครรู้เรื่องที่ 3 ช่วยบอกทีค่ะ 🤣)


ด้วยความที่คาดหวังค่อนข้างสูง เพราะกระแส+เรตติ้งที่คนแนะนำกันเยอะมากๆๆๆๆๆๆ เหมยก็เลยตัดสินใจอ่านค่ะ

ซึ่งหลังจากที่อ่านไป 100 ตอนแรก (ที่หลายคนบอกว่าอาจจะปูเรื่องช้าไปหน่อย แต่หลังจากตอนที่ 300 กว่าๆ จะสนุกจนวางไม่ลงเลยล่ะ) ต้องขอสารภาพตามตรงเลยว่าเหมยไม่ประทับใจเลยค่ะ 🤣

เพราะมันเครียด กดดัน หดหู่ (ยอมรับว่าเหตุผลส่วนใหญ่เลยคือเพราะยังมีอารมณ์ค้างจากเรื่อง ST อยู่ พอมาอ่านเรื่องนี้คือเหมือนเจอ Culture Shock นิดหน่อย)


เรื่องนี้พระเอก (มีชื่อว่า เมิ่งฮ่าว) เปิดตัวมาเริ่มจาก 0 (จริงๆต้องบอกว่าติดลบเลยล่ะ ถ้าเทียบกับพระเอกเรื่อง ST ที่เรื่องนั้นถึงแม้จะเริ่มจาก 0 คือมีปมด้อยฝึกวิชาเซียนไม่ได้ แต่อย่างน้อยพระเอกเรื่องนั้นก็เป็นถึงองค์ชาย ที่มีชีวิตสุขสบายดีทุกอย่าง มีทรัพย์สินเงินทองให้ใช้ไม่ขาดมือ เพราะนางเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 หลายๆรอบตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เรื่องเงินเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูดถึงเลย นางมีเหลือเฟือให้ใช้ทิ้งใช้ขว้าง 10 ชาติ ชาติละแสนปี ก็ใช้ไม่หมด 🤣)


ซึ่งคำว่าพระเอกเริ่มจาก 0 ของเรื่องนี้คือเป็นเด็กกำพร้า (อยู่ดีๆพ่อแม่หายไปไหนไม่รู้ ในคืนวันนึง สมัยที่พระเอกยังเป็นเด็กอยู่) ยากจน เป็นบัณฑิตตกอับ ที่พยายามสอบเข้ารับราชการหลายรอบแล้วก็ไม่ผ่านสักที จนมายืนทอดถอนใจอยู่ริมหน้าผา แล้วก็โดนสาวลึกลับผู้เย็นชา (ศิษย์สำนักเซียนแห่งนึงที่มีสภาพร่อแร่ เพราะเจ้าสำนักที่เคยสร้างชื่อเสียงไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน อยู่ๆก็หายตัวไปเหมือนกัน) ลักพาตัวไปเป็นคนใช้ในสำนัก (และใช่ค่ะ สาวลึกลับคนนี้ก็คือนางเอกของเรื่องนั่นเอง)

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการฝึกตนเป็นเซียนของพระเอกค่ะ


ตั้งแต่เข้าสำนักแรก (คือพระเอกจะได้เข้าอีกหลายสำนักหลังจากนี้) พระเอกก็เผชิญกับศัตรูที่จ้องจะฆ่านางตลอดเวลา (ประมาณทุกๆ 10 ประโยค นางจะเจอศัตรูที่จ้องจะฆ่านาง 1 คน และถ้าให้นับรวมศัตรูตั้งแต่ต้นจนจบ ก็น่าจะมีสักประมาณ 3,517,487,984,878 คนได้ 🤣)

เริ่มตั้งแต่ศิษย์ในสำนักเดียวกัน ลามไปยังศิษย์สำนักอื่นๆ และลามไปยันเจ้าสำนักอื่นๆ ที่จ้องจะฆ่าพระเอก เพียงเพราะจะแย่งสมบัติเล็กๆน้อยๆไปจนถึงใหญ่ๆ อย่างเช่น ยาบำรุงเอย ถ้ำสำหรับฝึกตนเอย อาวุธเอย เคล็ดวิชาลับเอย อะไรเอย คือคนรอบข้างมีแต่จ้องอยากจะฆ่าพระเอก แม้กระทั่งเรื่องขี้ปะติ๋วสุดๆ และมันเกิดขึ้นทุกๆ 10 ประโยคในร้อยตอนแรก (และตอนที่เหลือหลังจากนั้นด้วย 🤣)

ซึ่งอันนี้แหละค่ะที่ทำให้เหมยรู้สึกเหนื่อยและหดหู่ ว่ามันต้องขนาดนี้เลยเหรอ (ให้ความรู้สึกเหมือนดูสารคดีชีวิตสัตว์โลก ตอนลูกกวางน้อยถูกสิงโต/เสือ/กระทิงวิ่งไล่เพื่อจะจับกินติดต่อกัน 100 ตอนรัวๆ)

ช่วงแรกๆมีแค่พระเอกโดนตามฆ่า+ต้องหนีตาย พร้อมกับต้องอัปเกรดตัวเองให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ วนลูปอยู่แบบนี้เป็นร้อยรอบ (สถานการณ์จะเดิมๆ คือโดนไล่ฆ่า+หนี+อัปเกรดตัวเองในภาวะกดดัน ซึ่งที่เปลี่ยนไปบ้างก็มีแค่ชื่อศัตรู กับสำนักของศัตรู) จนเหมยเหนื่อยและท้อ และเกือบจะถอดใจแล้วค่ะ

แต่เพราะมีคนแนะนำเรื่องนี้เยอะมากกกกกกกกกกก เหมยเลยกัดฟันทนอ่านไป (เพราะยังหวังอยู่ว่ามันต้องสนุกแน่ๆ ไม่งั้นทุกคนคงไม่แนะนำเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้หรอก) จนเข้าสู่ตอนที่สามร้อยกว่าๆ ซึ่งสถานการณ์มันก็ดีขึ้น (แม้จะยังมีลูปเดิมๆอยู่ก็ตาม 🤣) และมันก็สนุกจริงๆแหละค่ะ เพียงแต่มันเป็นความสนุกแบบกดดัน ตึงเครียด จริงจัง แล้วก็ดาร์คๆหน่อย ในความรู้สึกเหมยนะ


โมเม้นท์ผ่อนคลายมีน้อย แต่ก็มี คือช่วงที่พระเอกได้เข้าสำนักที่ 2 ซึ่งเป็นสำนักปรุงยา ทำให้ชีวิตช่วงนั้นของพระเอกสงบสุข แต่ก็ตื่นเต้นและสนุกมาก ตรงที่พระเอกเทพสุดๆในเรื่องปรุงยานี่แหละค่ะ


ส่วนโมเม้นท์ตลกก็มี และมันมาแบบที่เหมยคาดไม่ถึงด้วย แบบอยู่ดีๆก็มา (จากไหนเนี่ย) เหมือนตัวละครตลกกับโมเม้นท์ตลกๆมันทะลุมิติมาจากเรื่องอื่นเลย 🤣 คือเรื่องมันเครียดมาตลอดตั้งแต่ต้นเรื่อง จนเหมยไม่คิดว่ามันจะมีสถานการ์ไหนที่จะตลกได้ แต่พอมันโผล่มา มันก็มาแบบปุบปับกะทันหัน แบบไม่มีการเตือนล่วงหน้าหรือเค้าลางใดๆ และตลกมากๆชนิดที่เหมยหัวเราะจนสำลักน้ำลายเลย ซึ่งช่วงตลกที่อยู่ๆมันก็มาจากไหนไม่รู้ มันก็จะขัดกับบรรยากาศตึงเครียดตลอดทั้งเรื่อง ทำให้เหมยรู้สึกมึนๆงงๆ ให้อารมณ์แบบ... นี่ใช่เรื่องเดียวกันปะเนี่ย 🤣


หลังจากนั้นพระเอกก็จะเทพขึ้นเรื่อยๆ และจะได้ของดีเหนือกว่าชาวบ้านตลอดทั้งเรื่อง จนสุดท้ายพระเอกก็นับได้ว่าเทพสุดเหนือคนอื่นๆแล้วในยุคของตัวเอง และตอนจบก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งค่ะ

แต่ระหว่างนั้น ก็อย่างที่เหมยบอก ว่าพระเอกจะเจอสถานการณ์เครียดๆ โดนตามล่า ตามฆ่า ตามปล้น+ขโมยจากศัตรูรอบด้านไม่หยุด จนถึงตอนใกล้จบสุดๆก็ยังไม่ยอมหยุด จะโศกา+หดหู่ให้ได้จนถึงตอนเกือบสุดท้ายเลยล่ะ



สรุปข้อสังเกตของเหมยที่มีต่อนิยายเรื่องนี้นะคะ


⭐ พระเอกเป็นลูกรักคนเขียนมากๆ

เหมือนเรื่อง ST เลยค่ะ แต่เป็นความรักที่ออกจะซาดิสท์หน่อย (คำว่า "หน่อย" ในที่นี้ คือคำสุภาพของคำว่า "มาก" 🤣) รักแบบซาดิสท์ยังไงน่ะเหรอ?

ก็คือถ้าเปรียบคนแต่งนิยายเป็นพ่อของพระเอก พ่อคนนี้ก็จะมอบวิชาเทพๆ วิชาหายาก หรือวิชาในตำนานที่หายสาบสูญไปแล้ว มาให้ลูกฝึกจนเก่งโคตรๆเหนือชาวบ้าน เสร็จแล้วก็จะส่งนักฆ่าเก่งๆประมาณสามร้อยล้านคนไปตามฆ่าลูก เพื่อให้ลูกได้มีโอกาสโชว์สกิลเอาตัวรอดให้คุ้มค่ากับวิชาที่พ่ออุตส่าห์ไปหามาให้

ยัง...ยังไม่พอ ยังจะส่งคนเทพๆ ที่โลภและโรคจิตไปขโมยวิชาเทพๆที่ว่านั้นของลูก จนลูกเกือบตาย (จริงๆจะนับว่าตายแล้วก็ได้) พลังสูญสิ้น ให้ลูกมันได้ลิ้มรสและรู้ซึ้งถึงคำว่าวินาศสันตะโร ว่ามันเป็นยังไง 🤣

แล้วก็เป็นพ่อที่จะมอบสมบัติเทพๆ สมบัติหายากให้กับลูก จากนั้นก็จะส่งโจรมีฝีมือไปตามปล้น(และฆ่า)ลูกตัวเอง ให้ลูกไม่ต้องทำไรหรอกวันๆ เพราะต้องเอาเวลาไปหนีโจร ตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็นซะ พ่อเห็นแล้วแฮปปี้สุดๆ 🤣

ยกเว้นช่วงที่พระเอกพักรบ(หนีตายและปลอมตัว)ไปเรียนปรุงยา จะเป็นช่วงที่ชีวิตพระเอกสงบสุขสุดๆ แต่ก็จะสนุกมากๆ เพราะในนิยายเรื่องนี้ คนที่ปรุงยาเป็น จะเป็นคนที่มีความสำคัญมาก จะได้รับความเคารพนับถือ ให้เกียรติ และเป็นที่ต้องการจากทุกๆคน ทุกๆฝ่าย ยิ่งปรุงยาได้เทพก็จะยิ่งเป็นที่เคารพนับถือ (ต่อให้ด้านบู๊ไม่เก่งหรือสู้คนอื่นไม่ได้ก็เถอะ) รวมทั้งคนเขียนด้วย คือดูแกอวยนักปรุงยาแบบออกนอกหน้าจริงๆอะค่ะ 🤣

ในด้านวิชาการต่อสู้ ต่อให้พระเอกจะได้วิชาเทพๆ และเทพมากๆก็จริง แต่ระหว่างทางก็จะมีคนที่เก่งกว่า มาเป็นมารผจญ มาคอยตามฆ่าตามราวีตลอดเวลา แต่ในด้านการปรุงยา พระเอกจะไร้เทียมทานสุดๆ คือเทพของเทพของเทพของเทพเว่อร์วังมากๆ เป็นการสำแดงความเป็นลูกรักของคนเขียนแบบโจ่งแจ้งสุดๆ เหมยอ่านไปก็มองด้วยหางตาไป อยากจะแหม... รักลูกเบาๆหน่อยก็ได้ค่ะคุณพี่คนเขียน อวยซะแบบ... จะหาใครมาอวยลูกได้เว่อร์วังกว่านี้มีอีกมั้ย (คำตอบคือไม่มีจ้า) แต่ถามว่าชอบมั้ย... ก็ชอบนะ 🤣


⭐ พระเอกรักเดียวใจเดียว ไม่มีฮาเร็ม(อีกแล้ว)จ้าาาา

เหมือนเรื่อง ST เลยค่ะ พระเอกเรื่องนี้ก็รักเดียวใจเดียว ถึงจะมีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในชีวิต (โดยเฉพาะนางรอง ที่เหมยรู้สึกว่ามีบทบาท และเล่นกับอารมณ์ความรู้สึกคนอ่านมากกว่านางเอกอีก) พระเอกก็ยังหนักแน่นมั่นคง ตั้งใจจะคบและแต่งงานกับนางเอกคนเดียว


⭐ คาแรคเตอร์พระเอกน่าสนใจ

ตอนแรกเหมยไม่ค่อยเข้าใจคาแรคเตอร์พระเอกเท่าไหร่ โดยเฉพาะช่วงร้อยตอนแรกที่พระเอกต้องหนีตายตลอดเวลา เหมยเลยรู้สึกว่าพระเอกไม่มีเสน่ห์เลยยยยยยย คือนางจะเป็นคนเครียดๆ หน้าตึงๆ หน้าบูดหน้าบึ้ง พูดก็ไม่ค่อยพูด ความคิดความอ่านก็เหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ รู้สึกเหมือนตัวละครที่เป็นตัวประกอบธรรมดาๆทั่วไป (คือไม่ได้มีออร่ารังสี/ความคิดความอ่านของความเป็นพระเอกหรือฮีโร่อะไรแบบนั้น)

ยิ่งบวกกับเป็นคนที่ได้เงินมาแล้วมีเหตุให้ต้องใช้เงินจนหมด แล้ววันๆนางก็จะห่วงแต่เรื่องเงิน เรื่องอยากรวย อยากมีเงินเยอะๆ แต่แป๊บๆเงินก็จะหมดอีกแล้ว เงินฉ๊านนนนน นั่นนู่นนี่ ซึ่งเหมยไม่เคยเจอพระเอกแนวนี้ค่ะ 🤣

คือซีรีส์จีนส่วนใหญ่ที่เราเคยดูๆกันมา พวกจอมยุทธ์ทั้งหลายเค้ามักจะไม่พูดถึงเงินกัน ไม่ได้บอกด้วยว่าเงินที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดนั่นมันมาจากไหน แต่ก็เห็นมีเงินใช้ตลอดเรื่องไม่ขาดมือ และไม่มีประเด็นเรื่องเงินให้พูดถึง (ซึ่งเป็นเรื่องจุกจิก เหมือนที่ส่วนใหญ่จะไม่พูดถึงว่าตัวละครเข้าห้องน้ำกันยังไง สระผมกันยังไง ใช้เวลากี่ชั่วโมงในการปั้นทรงผมอลังการงานสร้างโดยเฉพาะซีรีส์แนววังหลัง ที่ทรงผมแต่ละคนซับซ้อนซ่อนเงื่อนยิ่งกว่าเขาวงกตอีก หรือตัวละครใช้อะไรตัดเล็บ ใช้อะไรถอนขนจุ๊กแร้ หรือเรื่องจุกจิกอะไรพวกเนี้ย เค้าไม่พูดถึงกัน นึกออกปะ)

แต่สำหรับเรื่องนี้ "เรื่องเงิน" เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับพระเอก แล้วพระเอกก็จะมีเหตุให้ต้องกระเป๋าแฟ่บทุกทีหลังจากที่ได้เงินมา ไม่ว่าจะก้อนเล็กหรือก้อนใหญ่ จนวันๆพระเอกจะต้องมานั่งกังวลเรื่องเงิน นอกเหนือจากเรื่องศัตรูที่มาตามฆ่าอีก (เหนื่อยหลายเท่าตัว หมายถึงคนอ่านน่ะนะ อ่านแล้วเหนื่อย 🤣)

แต่พออ่านไปเรื่อยๆ คาแรคเตอร์พระเอกที่วันๆห่วงแต่เรื่องเงินนี่ มันก็จะนำไปสู่ความฮาในแบบพิเศษๆของพระเอกในที่สุดค่ะ แล้วเหมยว่ามันก็ทำให้คาแรคเตอร์พระเอกน่าสนใจ (และน่าประทับใจจนลืมยาก 🤣) ไปอีกแบบ คือมันมีความขัดแย้งกันในตัวเอง ในความซีเรียส ตึงเครียด และดาร์กๆ ของพระเอก มันมีความ "อิหยังวะ" โผล่ออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเนี่ยแหละค่ะ มันเลยรู้สึกว่า อืม... ก็น่าสนใจ(แปลกๆ)ดีนะ 🤣


⭐ นางเอกจืดจาง

นางเอกเรื่องนี้บทไม่เยอะค่ะ (เป็นคำสุภาพของ "ตัวประกอบ" 🤣) แล้วคาแรคเตอร์จะเรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวาหรือน่าตื่นเต้นอะไร นางจะโผล่มาแบบเย็นๆ (เพราะเป็นคนเย็นชา) แข็งๆ และจะได้เจอพระเอกทุกๆ 300 ตอน 🤣

ถึงบทนางเอกจะไม่เยอะ แต่เหมยยังไม่เห็นมีใครบ่นว่าไม่เข้าใจว่าทำไมพระเอกถึงรักนางเอกได้ ทั้งๆที่นานน๊านนนนนน ถึงจะได้เจอกันทีนึง พอเจอกันก็คุยกันแค่ไม่กี่คำ คุยแบบผิวเผิน เหมือนทักทายกันเฉยๆด้วย

น่าจะเป็นเพราะนางเอกช่วยชีวิตพระเอกไว้ ด้วยการสละชีวิตตัวเองมั้งคะ คนอ่านเลยรับได้เรื่องที่พระเอกรักมั่นปักใจในนางเอกคนเดียว ทั้งๆที่พระเอกมีเวลา/โอกาสอยู่กับนางรองมากกว่า และนางรองแสดงอารมณ์/ความรู้สึกหลากหลาย/สะเทือนอารมณ์คนอ่านมากกว่านางเอกอีก


⭐ ตัวละครหลายตัวน่าสนใจ

เรื่องนี้จะว่าไปก็มีทั้งตัวละครที่เป็นสีขาว/สีดำ/สีเทา คือมีทั้งตัวละครที่ดีก็ดีไปเลย ตัวที่ร้ายก็ร้ายไปเลย ซึ่งตัวละครที่มีสีชัดเจน จะอยู่ที่ประมาณ 95% อีกประมาณ 4% ก็จะเป็นตัวละครที่คลุมเครือไม่รู้จะมาไม้ไหน กว่าจะรู้ว่าดีหรือร้ายก็ปาไปเกือบท้ายเรื่องงี้ ตัวที่หักมุมจากร้ายเป็นดี (หรือตอนแรกเกลียดพระเอกมาก จะตามฆ่าตามทำลายพระเอก แต่ตอนหลังก็หายเกลียด หันมาเป็นเพื่อนกัน หรือรักกัน อะไรแบบนี้) ตัวที่หักมุมจากดีเป็นร้าย และอีก 1% คือตัวละครอิหยังวะ 🤣 (ตัวละครตลกที่ขัดกับธีมเรื่องทั้งหมด ที่เหมยพูดถึงไปแล้วข้างบน)


⭐ ตัวละครที่หายไป?

เรื่อง ST เหมยพูดถึงคนเขียนทิ้งหรือลืมตัวละครสำคัญๆ ที่อยู่ดีๆก็หายไปเฉยๆ แต่เรื่องนี้มีน้อยค่ะ (แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้) เหมือนว่าคนเขียนจะเก็บตัวละครสำคัญๆกลับมาได้เกือบครบนะ ไม่ค่อยมีการทำตกหล่นใดๆ ถึงแม้บางตัวจะมีการพูดถึงแค่ผ่านๆในตอนหลัง ก็ถือว่าเก็บกลับมาครบแหละ

ยกเว้น "ตัวละครตัวนึง" ที่เหมยยังคาใจอยู่ เพราะพระเอกสัญญาว่าจะตาม(หา)กลับมาให้ได้ (ซึ่งตลอดเรื่อง พระเอกจะเป็นคนที่รักษาสัญญาเสมอ ไม่ว่าจะสัญญาอะไรกับใครไว้ ก็จะทำให้ได้ จะมีแต่ตัวนี้แหละค่ะ ที่เหมือนจะหลุดรอดไป คนเขียนคงลืมมั้ง)


⭐ การเลื่อนขั้นเป็นเซียนแตกต่างออกไป

ที่ว่าแตกต่างคือแตกต่างจากเรื่อง ST ค่ะ เอาแบบคร่าวๆคือ เรื่อง ST มีเลเวลความเป็นเซียนเป็นระดับๆไป และเมื่อแต่ละคนเลื่อนขั้นไปถึงจุดสูงสุดของแต่ละระดับ จนผ่านไปสู่อีกระดับนึง ก็จะต้องย้ายถิ่นฐานที่อยู่ คือจะอาศัยอยู่ที่โลกเดิมไม่ได้อีกแล้ว (คล้ายๆวาร์ปขึ้นไปอยู่อีกโลกนึงโดยอัตโนมัติ แบบหลีกเลี่ยงหรือเลือกไม่ได้)

ถ้าให้เปรียบเทียบการเลื่อนขั้นความเป็นเซียนของเรื่อง ST ก็เหมือนแบ่งเป็นระดับประถม มัธยม อุดมศึกษางี้ แต่ละระดับจะอยู่แต่ละชั้นของตึกๆนึง คนที่ฝึกตนจาก 0 (มนุษย์ธรรมดา) คือคนที่อยู่ระดับประถม จะอยู่ชั้นที่ 1 ของตึก พอฝึกจนความรู้ถึงระดับมัธยมแล้ว ก็จะถูกวาร์ป(ดูด)ขึ้นไปอยู่ชั้นที่ 2 โดยอัตโนมัติ ซึ่งแปลว่าต้องแยกจากครอบครัว/เพื่อนฝูงที่ยังอยู่ชั้นที่ 1 แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ พอวาร์ปขึ้นไปแล้วจะไปโผล่ที่ห้องไหน หรือส่วนไหนของตึก แล้วต้องไปเจอกับใครบ้าง ก็เลือกไม่ได้อีก และจะกลับมาที่ชั้น 1 ไม่ได้ด้วย (ยกเว้นกรณีพิเศษ และวิธีพิเศษ ซึ่งก็จะยากมากๆ และไม่มีใครเค้าทำกัน) หลังจากนั้น พอฝึกตนจนความรู้ถึงระดับอุดมศึกษาแล้ว ก็จะถูกวาร์ปไปอยู่ชั้น 3 โดยอัตโนมัติเหมือนกัน ประมาณนี้

ส่วนนิยายเรื่องนี้ (ISSTH) จะต่างออกไป ตรงที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ฝึกตนจะเลื่อนระดับไปถึงขั้นไหน (ตั้งแต่ประถม/มัธยม/อุดมศึกษา หรือสูงกว่านี้) ก็จะได้อยู่ที่เดิม ไม่ไปไหน ไม่ต้องแยกจากครอบครัว/คนรู้จักไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้เหมือนเรื่อง ST ค่ะ


⭐ คนเขียนมีเลเวลจินตนาการที่ล้ำเลิศมาก

ไม่ว่าจะเป็นของวิเศษ วิชา กระบวนท่า การต่อสู้ด้วยเวทยมนตร์ต่างๆ ซึ่งตัวละครแต่ละตัวมาจากแต่ละสำนักที่ต่างกัน และแต่ละสำนักก็มีวิชาการต่อสู้ (เวทมนตร์) ที่หลากหลายด้วย เพราะฉะนั้น ศัตรูของพระเอกแต่ละคน ก็จะมีวิชา (เวทมนตร์) คนละหลายอย่าง

และอย่างที่บอกไปข้างบนว่าพระเอกมีศัตรูเยอะมากกกกกกกกกกกก ทำให้ศัตรูของพระเอกต้องมีวิชาและเวทมนตร์แบบอันลิมิเต็ด บางคนสู้ด้วยมีดสั้น ดาบ กระบี่ หม้อ ไห ธูป กระถาง ควัน ศพ โลงศพ ภาพวาด งู ค้างคาว มังกร ปลา แม่น้ำ ทะเล หอย ไข่มุก ดอกไม้ ต้นไม้ ใบไม้ ผลไม้ เถาไม้ ภูเขา พระจันทร์ พระอาทิตย์ ดวงดาว ฯลฯ (ใช่ค่ะ ที่ว่ามาทั้งหมดนี่คือส่วนหนึ่งของอาวุธและเวทมนตร์ของตัวละครต่างๆในเรื่อง) ขนมาหมดจักรวาลแล้วมั้ง 🤣

ดังนั้น ฉากที่มีการสู้กัน ก็จะมีการแสดงอภินิหารที่แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งเหมยนับถือสกิลการจินตนาการสร้างสรรค์ เวทมนตร์อันหลากหลาย เยอะแยะ มากมายไม่จบไม่สิ้น ของคนเขียนเลยค่ะ คนอ่านยังเหนื่อยเลย คนเขียนไม่รู้เหนื่อยกว่ากี่เท่าเนอะ

และที่เหมยนับถือเลเวลของจินตนาการของคนเขียนมากๆอีกอย่างก็คือ "การขยันสร้างปัญหาให้พระเอกได้ทุกๆ 5 นาที" นี่แหละค่ะ ที่เหมยว่าเด็ดสุด นิยายมีประมาณพันหกร้อยกว่าตอน ส่วนปัญหาที่พระเอกต้องเจอ ก็จะมีประมาณเก้าล้านเจ็ดแสนกว่าปัญหา คือไปสรรหาปัญหาและความอีรุงตุงนังพวกนั้นมาจากไหนเยอะแยะคะคุณ 🤣


⭐ เนื้อเรื่องค่อนข้างหนักหนาสาหัส ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่จิตใจบอบบาง

ประมาณ 70-80% ของเรื่องนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด การต่อสู้ การเอาตัวรอด การหนีตาย ศัตรูรอบด้าน ความสิ้นหวัง ดราม่า ฉากเรียกน้ำตา ฯลฯ มีตลอดเวลายันตอนใกล้จบเลยล่ะ ความรื่นเริงบันเทิงใจมีไม่เยอะ (แต่ช่วงที่ตลกก็ตลกมากๆอย่างที่บอกไปข้างบน)

แต่ถ้าคนที่ชอบแนวนี้ (หนักแค่ไหน หน่วงอย่างไร ก็บ่ยั่น) ก็น่าจะรู้สึกสนุก+มันส์ และติดหนึบมากๆ เพราะมันต้องลุ้นตลอดเวลา ว่าพระเอกจะเอาตัวรอดยังไง ยิ่งบวกกับสกิลเทพโคตรๆที่เหนือชาวบ้านด้วยแล้ว คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ (หมายถึง เวลาอ่านนิยายแล้วจะอินมาก ถ้านิยายมันหน่วง ก็จะรู้สึกดาวน์หรือแย่ไปเลย อะไรงี้) น่าจะชอบมากๆเลยนะ 😁


❗❗❗ หมายเหตุ : ตั้งแต่ตรงนี้เป็นต้นไป จะมีการสปอยล์ซ้ำซ้อน (สปอยล์เนื้อหานิยายเรื่องอื่น ของคนเขียนคนเดียวกันนี้ค่ะ)

ตอนแรกเหมยว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้ แต่เนื่องจากตอนนี้ เหมยกำลังอ่านนิยายเรื่องอื่นของคนเขียนคนเดียวกันนี้อยู่พอดี (ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น เหมยจะเฉลยข้างล่างสุดเลยนะคะ) แล้วพระเอกมาแนวเดียวกันเลย นั่นก็คือ..........


⭐ พระเอกต้องปลอมตัวเป็นคนอื่น แต่ก็ปิดบังความเทพเอาไว้ไม่ได้

พระเอกจะมีการปลอมตัวเป็นคนอื่น (เปลี่ยนหน้า/เปลี่ยนชื่อ) เพื่อหนีตาย เอาตัวรอดในดงศัตรู ฯลฯ ใช้ชื่ออื่น/ชื่อปลอม/ตัวตนปลอมๆ แต่ชื่อปลอมหรือตัวตนปลอมนั้น ก็ยังสร้างชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลเว่อร์วังอลังการ และถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อยู่ดี

คือตัวตนแบบออริจินอลของพระเอก ปกติก็สร้างชื่อเสียงเลื่องลือโด่งดังเป็นที่รู้จักเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว (ทั้งโดนหมายหัวเป็นอันดับ 1 ทั้งเทพเป็นอันดับ 1) แต่พอต้องปลอมตัวไปอยู่สำนักอื่น ในชื่ออื่น เพื่อหนีการตามล่าของศัตรู ก็ยังอุตส่าห์ไปสร้างชื่อเสียง ไปโชว์เทพจนกลายเป็นอันดับ 1 (อีกแล้ว) ด้วยตัวตนใหม่อยู่ดี แหม... ก็คนมันจะเทพอะเนอะ อยู่ที่ไหน ฐานะอะไร ชื่ออะไร ก็เทพอยู่ดีอะค่ะคุณ 🤣


⭐ พระเอกเพียงเป็นหมากตัวเล็กๆของคนอื่น

พระเอกเป็นเพียงหมากตัวนึง หรือเป็นเครื่องมือชิ้นนึงในแผนการใหญ่ๆของคนอื่น ทั้งแบบชั้นเดียว และแบบโดนหลอกใช้ซ้ำซ้อนจากหลายๆคน

พระเอกจะมีเหตุให้ถูกขุนจนอ้วน (ปล่อยให้ฝึกวิชาที่เทพที่สุด ที่สมบูรณ์ที่สุด ที่หายากที่สุด ปล่อยให้เติบโตมาแบบเพอร์เฟ็คสมบูรณ์กว่าใครๆ) แล้วสุดท้ายเจ้าพวกคนใจทรามก็จะมาขโมยวิชาพวกนั้น หรือดูดพลังไปจากพระเอก หรือไม่ก็จะกินพระเอกเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง อะไรแบบนี้ค่ะ

ไม่รู้ว่าเรื่องอื่นๆของคนเขียนจะมาแนวเดียวกันนี้มั้ย แต่ 2 เรื่องที่อ่าน มาแนวนี้เลยค่ะ


⭐ พระเอกจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายตอนใกล้จบ

หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคอันหนักหนาสาหัสประมาณเก้าล้านกว่าอุปสรรค ตอนใกล้ๆจบเรื่อง พระเอกจะมีเหตุให้ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย (เพื่อนฝูง ครอบครัว คนรู้จักทุกคน พากันล้มหายตายจาก หรือหายสาบสูญ หาตัวไม่เจอ) และจะอยู่อย่างเงียบเหงาหว่าเว้ ในอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลเวิ้งว้างว่างเปล่าเงียบสงัด แบบนั้น "เป็นล้านๆๆๆๆๆปี" ก่อนจะแฮปปี้เอนดิ้งในที่สุด

ทั้ง 2 เรื่องที่อ่านมาเป็นแบบนี้เลยค่ะ เหมยก็สงสัยนะว่า ทำไมต้องให้พระเอกมีแพทเทิร์นแบบนี้ในตอนใกล้จบด้วย? แล้วเรื่องอื่นๆก่อนหน้านั้นล่ะ มีแพทเทิร์นแบบเดียวกันนี้เหมือนกันรึเปล่า?

เรื่องแรกที่อ่าน (ISSTH) แล้วพระเอกเจอสถานการณ์แบบนี้ มันให้ความรู้สึกแอบหักมุม แล้วก็หดหู่หน่อยๆค่ะ ตอนนั้นเหมยคิดว่า เป็นการเล่นกับความรู้สึกคนอ่านรึเปล่า (จริงๆก็เล่นมาทั้งเรื่องละ ยังจะเล่นไปถึงตอนใกล้จบอีกหราาาาา คนใจร้ายยยยยย คนใจดัมมมมมมมมมม 🤣)

แต่พอเจอเรื่องที่ 2 ก็มาแนวนี้อีก เหมยก็เริ่ม เอิ่ม... หรือมันจะเป็นความชอบส่วนตัวหรืออะไรสักอย่างของคนเขียนนะ...?



แล้วยังไงต่อ...?

เหมยบอกไปตั้งแต่ตอนที่แล้วว่า กำลังอ่าน Coiling Dragon ค้างอยู่ แต่ว่าตัดสินใจอ่าน ISSTH ตัดหน้าก่อนเพราะมีคนเชียร์เยอะว่าเป็นเรื่องที่ต้องอ่านให้ได้ คือห้ามพลาดเด็ดขาด! 

เหมยซึ่งเป็นคนซื่อก็เชื่อเค้าค่ะ 🤣


ถามว่าอ่านเรื่องนี้จบแล้วจะกลับไปอ่าน Coiling Dragon ต่อเลยใช่มั้ย...? 

อ๋อ... ไม่ค่ะ 🤣 


เพราะระหว่างที่อ่าน ISSTH อยู่ ก็ไปอ่านเจอคนแนะนำนิยายเรื่องอื่นของ Er Gen อีกหลายเรื่อง (อันได้แก่ Renegade Immortal, Against Heaven, Beseech the Devil, A Will Eternal) 

ซึ่งจากที่อ่านเค้าเม้ากัน ก็จับใจความได้ว่า 2 เรื่องก่อนหน้านี้ มีความเชื่อมโยงกับเรื่อง ISSTH ประมาณว่าอยู่ในจักรวาลเดียวกัน และร่างเทียม (ร่างปลอม/เงา/ภาพสะท้อน/ความทรงจำ) ของพระเอกจากเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้ ก็มาปรากฏในเรื่อง ISSTH เหมือนกัน และได้สู้กับพระเอกเรื่อง ISSTH ด้วย เหมยเลยกะว่าจะอ่านค่ะ 

แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...... มันมีแต่ที่สำคัญมากๆนั่นคือ เค้าเม้ากันอีกว่า เรื่องอื่น (ที่ว่าสนุกมากๆเหมือนกัน) นั้น มันเครียดกว่า และดาร์กกว่า ISSTH อีก!!!

ห๊า... อะไรนะ ... แค่เรื่อง ISSTH เหมยก็จะแย่แล้ว ถ้าต้องอ่านเรื่องที่ดาร์กกว่านี้อีก เหมยว่า เหมยขอผ่านดีกว่า 😅


แต่เพราะเหมยไปเห็นเค้าเม้ากันอีกว่า หลายๆคนชอบ(เชียร์)พระเอกเรื่อง A Will Eternal เพราะว่าคาแรคเตอร์ของพระเอกจะหน้าหนา หน้าด้าน หน้าทน ไร้ยางอายสุดๆ แล้วเนื้อเรื่องก็ตลกด้วย ซึ่งแนวตลกนี่เข้าทางเหมยพอดี เหมยก็เลยโดนล่อลวงให้อ่านอีกแล้วค่ะ 🤣

และใช่ค่ะ เฉลยเรื่องที่บอกเหมยบอกว่า กำลังอ่านอีกเรื่องอยู่ และพระเอกมีแพทเทิร์นเดียวกันกับเรื่อง ISSTH ด้านบน ก็คือเรื่อง A Will Eternal นี่เอง และเหมยคงได้เอามาเม้าอีกในอนาคตค่ะ 😁

ความคิดเห็นต่อบทความ

  • ความเห็นบน MagGang(0)

  • ความเห็นบน Facebook()

default avatar
  • sticker1
  • sticker2
  • sticker3
  • sticker4
  • sticker5
  • sticker6
  • sticker7
  • sticker8
  • sticker9
  • sticker10
  • sticker11
  • sticker12
  • sticker13
  • sticker14
  • sticker15
  • sticker16
  • sticker17
  • sticker18
  • sticker19
  • sticker20
ความเห็นล่าสุด
  •  
คัดลอก URL แล้ว

รีวิวนิยายจีนแนวเทพเซียน I Shall Seal The Heavens (ผนึกสวรรค์ สยบมาร สะท้านเทพ)